

ISAN ZERO OV
การสื่อสารรณรงค์เพื่อการเปลี่ยนแปลงสุขภาวะ
“คนอีสานรุ่นใหม่ ปลอดพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดี”
หลักการและเหตุผล
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย กำลังเผชิญกับวิกฤตการณ์ด้านสาธารณสุขที่รุนแรงจากโรคพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดี ข้อมูลเชิงสถิติชี้ชัดว่า ปัญหานี้อยู่ในระดับวิกฤต โดยมีประชากรในพื้นที่ติดเชื้อพยาธิใบไม้ตับกว่า 6 ล้านคน และที่น่ากังวลอย่างยิ่งคือ มะเร็งท่อน้ำดีได้คร่าชีวิตผู้คนไปแล้วปีละกว่า 20,000 คน ซึ่งเป็นอัตราการเสียชีวิตที่สูงที่สุดในโลก การสูญเสียนี้ไม่เพียงแต่สร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจมหาศาล แต่ยังทำลายโครงสร้างครอบครัวและสังคมอย่างประเมินค่ามิได้
สาเหตุหลักของปัญหานี้หยั่งรากลึกอยู่ในวัฒนธรรมการบริโภคอาหารสุกๆ ดิบๆ ที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน โดยเฉพาะ เมนูยอดนิยมอย่าง "ก้อยปลาดิบ" การนำเนื้อปลาดิบมาสับละเอียดแล้วปรุงรส "ปลาร้าดิบและปลาจ่อม" ผลิตภัณฑ์หมักดองที่ไม่ได้ผ่านความร้อนที่เพียงพอ "ปลาส้มและแหนมปลา" การหมักที่อาจไม่สามารถฆ่าตัวอ่อนพยาธิได้หมด และ "อาหารปนเปื้อน" เช่น ส้มตำที่ใช้ปลาร้าดิบ หรือน้ำพริกที่ไม่ได้ปรุงให้สุก การบริโภคปลาน้ำจืดมีเกล็ดที่ไม่ผ่านการปรุงสุก เป็นช่องทางหลักในการรับตัวอ่อนของ พยาธิใบไม้ตับ (Opisthorchis Viverrini - OV) เข้าสู่ร่างกาย ซึ่งจะเจริญเติบโตในท่อน้ำดีและเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่นำไปสู่มะเร็งท่อน้ำดี (CCA)
ช่องว่างทางพฤติกรรม: ความท้าทายหลัก ในกลุ่มเป้าหมายหลักของโครงการที่เน้นกลุ่ม Gen Z และ Gen Y นั้น สรุปได้ดังนี้
แม้จะมีความพยายามในการให้ความรู้ผ่านการรณรงค์มาอย่างยาวนาน แต่พฤติกรรมการบริโภคอาหารดิบยังคงดำรงอยู่ ปัญหาหลักจึงไม่ใช่ "การขาดความรู้" แต่เป็น "ช่องว่างทางพฤติกรรม" ที่เกิดจากปัจจัยต่อไปนี้:
- ค่านิยมด้านรสชาติและความเคยชิน: คนอีสานจำนวนมากเชื่อว่าอาหารดิบมีรสชาติอร่อยกว่าอาหารสุก และเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมการกินที่สืบทอดกันมา
- การมองไม่เห็นความเสี่ยงระยะยาว: ผลกระทบจากการติดเชื้อพยาธิใบไม้ตับจะปรากฏในระยะยาว ทำให้คนในวัยหนุ่มสาวอาจรู้สึกว่าโรคภัยยังเป็นเรื่องไกลตัว
- บรรทัดฐานทางสังคม: การกินดื่มสังสรรค์ในกลุ่มเพื่อนหรือชุมชนมักมีเมนูปลาดิบเป็นส่วนประกอบ ทำให้เกิดแรงกดดันทางสังคมให้บริโภคตามกัน
| มิติการวิเคราะห์ | Gen Z (15-27 ปี) | Gen Y (28-44 ปี) |
|---|---|---|
| ความรู้/ความเข้าใจ (K) | รับรู้จากหลักสูตรในโรงเรียน แต่ความเสี่ยงอาจถูกมองข้ามเพราะรู้สึกว่าโรคยังไกลตัว | มีความรู้เรื่องโรค แต่มีความเสี่ยงสูงเนื่องจากอยู่ในวัยทำงานและอาจมีพฤติกรรมการบริโภคที่ฝังรากลึก |
| การตระหนักรู้ (A) | ต้องการการโน้มน้าวผ่าน Social Norms (ความ popular, ความ cool) และความทันสมัย (Innovation) | เป็นผู้ตัดสินใจด้านสุขภาพของครอบครัว (อาจมีลูกเล็ก) มีความกังวลด้านสุขภาพและความมั่นคงในชีวิตมากขึ้น |
| ทัศนคติ (A) | ทัศนคติเชิงบวกต่อเทคโนโลยีและอิสรภาพ ชอบความเป็นตัวของตัวเอง (Customization) และเชื่อถือเครือข่ายเพื่อน (N-fluence) | เน้นความคุ้มค่า ความซื่อสัตย์ (Integrity) และ การมีส่วนร่วม (Prosumer/Co-creation) |
| พฤติกรรมเสี่ยง (Behavior) | บริโภคอาหารตามเพื่อน/กระแสสังคม มีความเสี่ยงในการรับค่านิยมการกินดิบผ่านกลุ่มสังคม | บริโภคอาหารตามวิถีชีวิตดั้งเดิมหรือการสังสรรค์ รวมถึงเป็นผู้ซื้อและผู้ปรุงอาหารหลักในครอบครัว |
| สื่อที่เข้าถึง/ใช้ (Media Exposure) | TikTok (สั้น/เร็ว/บันเทิง), YouTube, Instagram เน้น UGC, Challenges, และ Influencers | Facebook, Line ใช้เพื่อติดตามข่าวสาร การรีวิว (Scrutiny) และเข้าร่วมกิจกรรม |
ที่ผ่านมามีความพยายามแก้ไขปัญหาผ่านการให้ความรู้ แต่กลับพบว่ายังไม่เพียงพอที่จะสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนได้ โดยที่มีความพยายามในการพัฒนาหลักสูตรเสริมสร้างภูมิคุ้มกันโรค OV และ CCA ในโรงเรียน (ระดับประถม, มัธยม, อาชีวศึกษา) และมีการรณรงค์มานาน ซึ่งหมายความว่ากลุ่ม Gen Z และ Gen Y น่าจะได้รับข้อมูลความรู้เกี่ยวกับ OV และ CCA มาบ้าง แต่ การรู้ไม่ได้นำไปสู่การปฏิบัติเสมอไป โดยที่ช่องว่างทางพฤติกรรม (Behavioral Gap) ที่สำคัญ คือ แม้จะมีการรณรงค์อย่างต่อเนื่อง แต่คนอีสานยังนิยมบริโภคอาหารดิบ โดยเชื่อว่ามีรสชาติอร่อยกว่าอาหารสุก ดังนั้น ปัญหาจึงไม่ใช่แค่การขาดความรู้ แต่เป็น ทัศนคติและค่านิยม ที่ให้คุณค่ากับรสชาติและความเคยชิน มากกว่าความเสี่ยงทางสุขภาพ (ซึ่งเป็นผลลัพธ์ระยะยาว)
เนื่องจากพฤติกรรมการบริโภคเป็นเรื่องที่ซับซ้อนและเชื่อมโยงกับบรรทัดฐานทางสังคมอย่างลึกซึ้ง โครงการ “คนอีสานรุ่นใหม่ ปลอดพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดี - ISAN ZERO OV” จึงถูกออกแบบขึ้นโดยประยุกต์ใช้หลักการ "การตลาดเพื่อสังคม (Social Marketing)" ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่มุ่งเน้นการทำความเข้าใจกลุ่มเป้าหมายอย่างถ่องแท้เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลง
Cholangiocarcinoma Research Institute (CARI)
มหาวิทยาลัยขอนแก่น

การวิจัยเพื่อแก้ไขปัญหาโรคพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดีอย่างยั่งยืนโดยมีประชาชนเป็นศูนย์กลาง
เป็นศูนย์กลางการวิจัยและพัฒนาที่มีความเป็นเลิศทางวิชาการในด้านโรคพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดีของโลก
ประสานความร่วมมือทั้งในระดับชาติและนานาชาติเพื่อดำเนินการวิจัย สร้างองค์ความรู้และถ่ายทอดเทคโนโลยีในการป้องกัน วินิจฉัยและรักษาโรคมะเร็งท่อน้ำดีในประชาชน
ประวัติความเป็นมาและพัฒนาการของโครงการ
พยาธิใบไม้ตับ (Opisthorchis viverrini) ถูกค้นพบครั้งแรก
พบว่ามะเร็งท่อน้ำดีเป็นภัยเงียบ
มหกรรม "อีสานไม่กินปลาดิบ"
องค์การอนามัยโลกจัดให้พยาธิใบไม้ตับ (O. viverrini) เป็นสารก่อมะเร็งกลุ่มที่ 1
ก่อตั้งศูนย์วิจัยพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดี (Liver Fluke and Cholangiocarcinoma Research Center - LFCRC) มหาวิทยาลัยขอนแก่น (Khon Kaen University - KKU)
ศาสตราจารย์นายแพทย์ณรงค์ ขันตีแก้ว เริ่มโครงการรณรงค์คัดกรองและต่อสู้กับพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดี
สิงหาคม
มหาวิทยาลัยขอนแก่น ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข ประกาศ “วาระอีสาน” เพื่อให้การแก้ไขปัญหาโรคพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดี...
กันยายน
ก่อตั้งมูลนิธิมะเร็งท่อน้ำดีแห่งประเทศไทย
ตุลาคม
- เริ่มดำเนินโครงการ โครงการนำร่องการพัฒนาระบบสาธารณสุขเพื่อการตรวจคัดกรอง ตรวจวินิจฉัยและบริหารจัดการผู้ป่วยมะเร็งท่อน้ำดีในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
- นำประเด็นปัญหาโรคพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดีเข้าสู่การประชุมสมัชชาสุขภาพในระดับภูมิภาค
ตุลาคม
เริ่มโครงการแก้ไขปัญหาโรคพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดีในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (Cholangiocarcinoma Screening and Care Program: CASCAP)
ธันวาคม
ปัญหาโรคพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดีผ่านการรับรองในการประชุมสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 7
มิถุนายน
ก่อตั้งศูนย์ความเป็นเลิศมะเร็งท่อน้ำดี ณ โรงพยาบาลศรีนครินทร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น
กรกฎาคม
สมัชชาสุขภาพแห่งชาติได้ออกประกาศรับรองวาระการแก้ไขปัญหาโรคพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดีในประชาชน
กุมภาพันธ์
ก่อตั้งวันมะเร็งท่อน้ำดีโลกร่วมกับมูลนิธิมะเร็งท่อน้ำดีจากประเทศอังกฤษและสหรัฐอเมริกา
มิถุนายน
- กระทรวงสาธารณสุขประกาศแผนยุทธศาสตร์ทศวรรษกำจัด ปัญหาโรคพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดี ปี 2559 - 2568
- สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ได้ให้การสนับสนุนทุนวิจัยภายใต้ โครงการวิจัยท้าทายไทย : ประเทศไทยไร้พยาธิใบไม้ตับ
- มูลนิธิสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ บริจาคเครื่อง อัลตราซาวด์ จำนวน 40 เครื่องให้กับโครงการ
มกราคม
ก่อตั้งสถาบันวิจัยมะเร็งท่อน้ำดี มหาวิทยาลัยขอนแก่น
สิงหาคม
- เริ่มดำเนิน "โครงการการส่งเสริมการเข้าถึงบริการผ่าตัดมะเร็งท่อน้ำดีของประชาชน"
- เริ่มโครงการฝึกอบรมขั้นสูงเฉพาะทางด้านศัลยกรรมตับ ตับอ่อน และทางเดินน้ำดี
พฤศจิกายน
- จัดประชุมสร้างเครือข่ายการกำจัดพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดีของ 5 ประเทศ ได้แก่ ไทย กัมพูชา ลาว เมียนมาร์ และ เวียดนาม
กันยายน
มหาวิทยาลัยขอนแก่นลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับ Imperial College London (ICL) เพื่อดำเนินโครงการแก้ไขปัญหาโรคมะเร็งท่อน้ำดีในประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (Combatting Cholangiocarcinoma in Lao PDR: CCAL)
มกราคม
เริ่มนำโครงการแก้ไขปัญหาโรคพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดี เข้าสู่คณะกรรมการเขตสุขภาพเพื่อประชาชน และคณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอ (พชอ.)
เมษายน
- เริ่มดำเนินโครงการแก้ไขปัญหาโรคพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดีในประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว
- มหาวิทยาลัยขอนแก่นได้รับอันดับ 1 ของประเทศไทย จากการประกาศผลมหาวิทยาลัยที่ดำเนินภารกิจเพื่อสังคมที่สร้างผลกระทบต่อสังคม
- มหาวิทยาลัยขอนแก่นได้รับอันดับ 3 ของประเทศไทย จากการประกาศผล Leiden Ranking 2019 มหาวิทยาลัยที่มีผลงานวิจัยในด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพ นำไปแก้ปัญหาชุมชน สังคม ภูมิภาค
- คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (คสช.) รับเรื่องการแก้ไขปัญหาโรค พยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดีเข้าเป็นภาระกิจของหน่วยงาน
- ผลักดันชุดตรวจคัดกรองพยาธิใบไม้ตับในปัสสาวะ (OV-ATK) เข้าสู่ ชุดสิทธิประโยชน์ของ สปสช.
สปสช. ประกาศให้ ชุดตรวจคัดกรองพยาธิใบไม้ตับในปัสสาวะ (OV-ATK) เป็นสิทธิประโยชน์ของประชาชน
การแก้ไขปัญหาโรคพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดี เป็นประเด็นมุ่งเป้าสำคัญตามยุทธศาสตร์ ววน.
เป้าหมายในปี 2578

ลดการติดเชื้อพยาธิใบไม้ตับ
ให้น้อยกว่า
ร้อยละ 1
เพิ่มการวินิฉัยโรคมะเร็งท่อน้ำดี
ระยะแรกมากกว่า
ร้อยละ 80
ลดการตายจากโรคมะเร็งท่อน้ำดี
ให้น้อยลงกว่า
ร้อยละ 50
ฝ่ายสื่อสารรณรงค์
โครงการ การสื่อสารรณรงค์เพื่อการเปลี่ยนแปลงสุขภาวะ
“คนอีสานรุ่นใหม่ ปลอดพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดี - ISAN ZERO OV”
128/355 ชั้น 32 อาคารพญาไทพลาซ่า ถนนพญาไท แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพฯ10400
128/355 Phayathai Plaza Bldg., 32nd Fl. Phayathai Rd., Thung Phaya Thai, Ratchathewi, Bangkok 10400
โทรศัพท์. 02-129-3897-98
อีเมล์ : isanzeroov@gmail.com


















