ไทยพีบีเอส เกาะติดกรณีผลตรวจพยาธิใบไม้ตับของนักศึกษาใน จ.มหาสารคาม

21 กรกฎาคม 2569 | 12:51 น.ข่าว
Label Border
ไทยพีบีเอส เกาะติดกรณีผลตรวจพยาธิใบไม้ตับของนักศึกษาใน จ.มหาสารคาม

ไทยพีบีเอส เกาะติดกรณีผลตรวจพยาธิใบไม้ตับของนักศึกษาใน จ.มหาสารคาม ที่มีความแตกต่างกันระหว่างชุดตรวจปัสสาวะ "OV-ATK" และการ "ตรวจอุจจาระ"

ล่าสุด สถาบันวิจัยมะเร็งท่อน้ำดี มหาวิทยาลัยขอนแก่น ยืนยันไม่มีวิธีใดผิดถูก แจงปัจจุบันผู้ป่วยมีความหนาแน่นของพยาธิใบไม้ตับลดลงเหลือหลักหน่วยถึงสิบตัว ทำให้การส่องตรวจอุจจาระแบบเดิมมองหาไข่พยาธิได้ยาก ขณะที่ชุดตรวจปัสสาวะมีความแม่นยำร้อยละ 93 และได้รับการรับรองจาก อย. แล้ว พร้อมเตือนกลุ่ม Gen Z พบอัตราติดเชื้อสูงถึงร้อยละ 30 จากกระแสเลียนแบบพฤติกรรมการกินดิบ
 


ความคืบหน้ากรณีการตรวจคัดกรองพยาธิใบไม้ตับของกลุ่มนักศึกษาใน จ.มหาสารคาม ซึ่งกลายเป็นประเด็นที่สังคมให้ความสนใจ หลังจากมีการแถลงผลการตรวจเปรียบเทียบข้อเท็จจริง โดย นายแพทย์ สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ระบุถึงผลการตรวจซ้ำด้วยวิธีการตรวจอุจจาระของนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม 292 คน (จากกลุ่มที่ตรวจคัดกรองเบื้องต้นด้วยชุด OV-ATK แล้วแสดงผลเป็นบวก) พบว่าเจอเชื้อพยาธิใบไม้ตับเพียง 4 คน และเป็นพยาธิชนิดอื่น 11 คน
 


ทางด้าน รองศาสตราจารย์ วัชรินทร์ ลอยลม รักษาการผู้อำนวยการสถาบันวิจัยมะเร็งท่อน้ำดี มหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.) ซึ่งร่วมวิจัยพัฒนาชุดทดสอบ OV-ATK มานานกว่า 15 ปี เปิดเผยกับไทยพีบีเอสว่า ชุดตรวจ OV-ATK มีความแม่นยำถึงร้อยละ 93 และได้รับการรับรองจาก อย. ตั้งแต่ปี 2567 โดยความแตกต่างของจำนวนตัวเลขผลตรวจนั้น ยืนยันว่าไม่มีวิธีใดผิดหรือถูก แต่มีข้อจำกัดที่ต่างกัน
 


ในอดีตเมื่อ 30–40 ปีก่อน ผู้ป่วยจะมีความหนาแน่นของพยาธิใบไม้ตับสูงหลักร้อยถึงหลักพันตัว ทำให้การสุ่มตรวจอุจจาระสามารถตรวจพบไข่พยาธิได้ง่าย แต่ในปัจจุบันผู้ป่วยส่วนใหญ่มีความหนาแน่นของพยาธิลดลงเหลือเพียงหลักหน่วยหรือหลักสิบตัวเท่านั้น การตรวจอุจจาระแบบดั้งเดิมจึงอาจตรวจไม่พบไข่พยาธิ อย่างไรก็ตาม แม้จะตรวจพบเชื้อปริมาณน้อย ก็ยังคงมีความเสี่ยงที่จะพัฒนาไปเป็นโรคมะเร็งท่อน้ำดีได้เช่นกัน ซึ่งสอดคล้องกับผลการผ่าชันสูตรศพของ มข. จำนวน 181 ศพ ที่พบเชื้อพยาธิใบไม้ตับเกาะในเซลล์เม็ดเลือดขาวภายในถุงน้ำดี
 


ที่น่ากังวลคือ พฤติกรรมการบริโภคของกลุ่ม Gen Z (วัยรุ่นและผู้มีอายุน้อย) มีสัดส่วนการติดเชื้อพยาธิใบไม้ตับสูงถึงร้อยละ 30 เนื่องจากค่านิยมและกระแสการบริโภค "ปลาดิบ" และ "ปลาร้าดิบ" ตามกลุ่มอินฟลูเอนเซอร์ในสื่อสังคมออนไลน์ ซึ่งข้อมูลจาก สปสช. ระบุว่า ตั้งแต่ปี 2558 ถึงปัจจุบัน ประเทศไทยมีผู้ติดเชื้อสะสมสูงถึง 6 ล้านคน และมีผู้ติดเชื้อรายใหม่ปีละไม่ต่ำกว่า 20,000 คน
 


สำหรับข้อกังวลเรื่องการบริโภคปลาร้า ทางสถาบันวิจัยมะเร็งท่อน้ำดีระบุว่า ผลการทดสอบทางห้องปฏิบัติการพบว่า หากเป็นปลาร้าดิบที่หมักตามครัวเรือนที่มีระยะเวลาหมักนานเกิน 1 เดือนขึ้นไป หรือเป็นปลาร้าข้ามปีที่คนอีสานนิยมหมัก จะไม่พบตัวอ่อนพยาธิใบไม้ตับและถือว่ามีความปลอดภัยในการบริโภค แต่แนะนำให้บริโภคปลาร้าต้มสุกจะเป็นการดีที่สุด เพื่อความปลอดภัยจากทั้งพยาธิและเชื้อโรคอื่นๆ“
 


https://www.facebook.com/share/1Bs1UZ2LQW/?mibextid=wwXIfr 

#พยาธิใบไม้ตับ #มะเร็งท่อน้ำดี #ชุดตรวจOVATK #สถาบันวิจัยมะเร็งท่อน้ำดี #มหาวิทยาลัยขอนแก่น #สภากาชาดไทย #GenZกินดิบ #ความปลอดภัยทางอาหาร #ปากเสียงไทบ้าน #ข่าวไทยพีบีเอส #ข่าวที่คุณวางใจ #ThaiPBSnews #ThaiPBSesan