กรมควบคุมโรคแจงการตรวจคัดกรองพยาธิใบไม้ตับเด็กปี 1 ม.สารคาม

11 กรกฎาคม 2569 | 12:03 น.ข่าว
Label Border
กรมควบคุมโรคแจงการตรวจคัดกรองพยาธิใบไม้ตับเด็กปี 1 ม.สารคาม

กรมควบคุมโรคตั้งโต๊ะแถลงข่าว แจงการตรวจคัดกรองพยาธิใบไม้ตับเด็กปี 1 ม.สารคาม เตือนระเบิดเวลา 20 ปี ลาม ‘มะเร็งท่อน้ำดี’ ย้ำยาถ่ายไม่ใช่ยาวิเศษ หักดิบเลิกกินดิบคือทางรอด!

กรมควบคุมโรค จับมือ สถาบันวิจัยมะเร็งท่อน้ำดี มข.แจงผลตรวจคัดกรองนิสิตน้องใหม่ ม.มหาสารคาม 4,000 รายติดพยาธิใบไม้ตับ เผยตัวเลขนักศึกษาเฟรชชี่ติดพยาธิใบไม้ตับสูงถึง 33% สะท้อนคนรุ่นใหม่ยังเสี่ยงสูง ชี้สถิติคนไทยสังเวยมะเร็งท่อน้ำดีปีละ 2 หมื่นราย แพทย์เตือนระยะลุกลามอยู่ได้แค่ 6 เดือน จี้ท้องถิ่นคุมเข้มรถดูดส้วม-รณรงค์ร้านค้าเลิกใช้ปลาร้าดิบ


จากกรณีการเกิดกระแสดราม่าในโลกออนไลน์เกี่ยวกับผลการตรวจคัดกรองพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดีในกลุ่มประชากร 4,000 ราย ที่เป็นเด็กรุ่นใหม่ ที่สร้างความตื่นตระหนกให้กับสังคมนั้น


ล่าสุด ผู้แทนจากกรมควบคุมโรค นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ ผอ.สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข  กระทรวงสาธารณสุข  ร่วมกับสถาบันวิจัยมะเร็งท่อน้ำดี มหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.) ในฐานะผู้รับผิดชอบโครงการ ได้ออกมาเปิดเผยข้อเท็จจริงเพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง โดยระบุว่า จากการใช้ชุดตรวจปัสสาวะหาแอนติเจนด่วน (Test kit) ซึ่งเป็นนวัตกรรมใหม่ที่มีความไวและความจำเพาะสูงกว่า 90% ได้รับการรับรองจาก อย. นำไปตรวจคัดกรองเชิงรุกในกลุ่มนักศึกษาชั้นปีที่ 1 ที่เพิ่งเข้าเรียนปีแรก พบอัตราการติดเชื้อสูงถึง 33% ซึ่งใกล้เคียงกับค่าเฉลี่ยภาพรวมของประชากรภาคอีสาน 20 จังหวัดที่อยู่ที่ 36%

 

"ตัวเลข 33% ในกลุ่มนักศึกษาคนรุ่นใหม่ไม่ได้เป็นตัวเลขที่น่าตกใจจนเกินความคาดหมาย แต่เป็นสัญญาณเตือนภัยที่สำคัญว่า แม้กระทั่งคนรุ่นใหม่ที่เป็นเยาวชนก็ยังมีอัตราความเสี่ยงที่ไม่ต่างจากประชาชนทั่วไป ซึ่งเราจะโทษเด็กฝ่ายเดียวไม่ได้ เพราะสภาพแวดล้อมและอาหารการกินรอบตัวยังเต็มไปด้วยของดิบและอาหารไม่สุก"นพ.ศุภกิจ ระบุ
 



**ชี้ชะตากรรมคนไข้ระยะท้ายอยู่ได้แค่ 6 เดือน**

ทางด้าน นพ.อรรถพล ติตะปัญ หัวหน้าศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์มะเร็งท่อน้ำดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น  ได้เปิดเผยถึงสถานการณ์โรคมะเร็งท่อน้ำดีในประเทศไทยว่า ปัจจุบันตัวเลขผู้ป่วยรายใหม่ยังคงค่อยๆ เพิ่มสูงขึ้น โดยมีผู้ป่วยเฉลี่ยสูงถึง 15,000 - 20,000 รายต่อปี ที่น่ากังวลคือ คนไข้ที่เดินเข้ามาโรงพยาบาล 100 คน จะมีเพียง 20 คน (20%) เท่านั้นที่ตรวจเจอในระยะเริ่มต้นและมีโอกาสผ่าตัดรักษาให้หายขาดได้ ส่วนอีก 80% มักมาพบแพทย์ในระยะลุกลามแล้ว
 


"ในคนไข้ระยะที่มีการกระจายของโรคแล้ว ส่วนใหญ่จะมีชีวิตอยู่ได้เพียง 6 เดือนถึง 1 ปีเท่านั้น โรคนี้ไม่มีอาการเตือนในระยะแรก วงจรของมันคือเมื่อได้รับพยาธิใบไม้ตับเข้าไปสะสมและเกิดการอักเสบซ้ำๆ ของท่อน้ำดีต่อเนื่องประมาณ 15 - 20 ปี เซลล์จะเปลี่ยนสภาพกลายเป็นมะเร็ง อายุเฉลี่ยที่เริ่มติดพยาธิคือประมาณ 15 ปี และจะกลายสภาพเป็นมะเร็งท่อน้ำดีเมื่ออายุ 55 ปีขึ้นไป" นพ.อรรถพล กล่าว

 



**เตือนสติตัดวงจร "ยาถ่ายพยาธิไม่ใช่ยาวิเศษ"**

ด้านนพ.ยงเจือ เหล่าศิริถาวร ผู้อำนวยการกองโรคติดต่อทั่วไป กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า  ความเชื่อที่ผิดของประชาชนที่คิดว่า "กินของดิบแล้วค่อยกินยาถ่ายพยาธิล้างบางได้" โดยย้ำว่า ยาถ่ายพยาธิไม่ใช่ยาป้องกัน เป็นเพียงการระงับและกำจัดพยาธิ ณ เวลานั้นๆ แต่เซลล์ท่อน้ำดีที่เคยเกิดการอักเสบและเปลี่ยนแปลงไปแล้วไม่สามารถกลับคืนสู่สภาพปกติได้ หากกลับไปมีพฤติกรรมกินดิบซ้ำ พยาธิตัวใหม่ก็จะเข้าไปกระตุ้นให้เกิดการอักเสบและกลายเป็นมะเร็งในอนาคตอยู่ดี ดังนั้น วิธีการป้องกันที่ดีที่สุดคือ "การไม่นำพยาธิม.สเข้าสู่ร่างกาย"
 

 


อย่างไรก็ตาม โครงการดังกล่าวได้ใช้ยุทธศาสตร์ "Test and Treat" (ตรวจเจอแจกยารักษาทันที) เพื่อกำจัดพยาธิออกจากร่างกายให้หมดภายใน 4 สัปดาห์ พร้อมทั้งประสานความร่วมมือกับกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ในการปรับตัวชี้วัดเรื่องสุขาภิบาล จัดการระบบรถดูดส้วมและบ่อบำบัดสิ่งปฏิกูลให้ถูกต้อง เพื่อตัดวงจรพยาธิใบไม้ตับในสิ่งแวดล้อม ควบคู่ไปกับการรณรงค์ให้ร้านค้าหันมาใช้ปลาร้าต้มสุก ซึ่งหากทุกภาคส่วนร่วมมือกันอย่างจริงจัง คาดว่าตัวเลขผู้ป่วยมะเร็งท่อน้ำดีในประเทศไทยจะลดลงอย่างแน่นอน
 


#IsanZeroOV #อีสานซีโร่โอวี #คนอีสานรุ่นใหม่ปลอดพยาธิใบไม้ตับ #คนอีสานรุ่นใหม่ปลอดพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อนํ้าดี #สช #สสส