
สธ. ลุยวิจัย 'ชุดตรวจปัสสาวะพยาธิใบไม้ตับ'
11 กรกฎาคม 2569 | 12:14 น.ข่าว

หลังเกิดปมคาใจ 2 ปี ชี้ตรวจอุจจาระยังเป็นมาตรฐานโลก แนะกลุ่มเสี่ยงซื้อยา 'พราซิควอนเทล' ทานเองได้
นนทบุรี – กรมควบคุมโรค เดินหน้าเคลียร์ปมคาใจ สั่งลุยโปรเจกต์วิจัยใหญ่ พิสูจน์ประสิทธิภาพ "ชุดตรวจปัสสาวะหาพยาธิใบไม้ตับ" หลังใช้ในวงกว้างนาน 2 ปีจนเกิดกระแสตั้งคำถามได้ผลจริงหรือ ย้ำชัด! ปัจจุบันยังใช้การ "ตรวจอุจจาระ" เป็นมาตรฐานหลักตามอนามัยโลก เผยแนวรุก 30 จังหวัดเสี่ยง ภาคอีสาน-เหนือตอนบน สั่งสแกนเข้มข้น ด้านแพทย์ชี้หากประวัติต้นทุนเสี่ยงสูง กินปลาดิบ-ปลาร้าดิบ แต่ตรวจไม่เจอไข่ อย่าเพิ่งนอนใจ เหตุไข่พยาธิไม่ได้ออกตลอดเวลา แนะปรึกษาเภสัชกรซื้อยา "พราซิควอนเทล" ทานเองได้ ราคาหลักสิบ
นพ.ยงเจือ เหล่าศิริถาวร ผู้อำนวยการกองโรคติดต่อทั่วไป กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยถึงกรณีความกังวลของกลุ่มนักเรียน นักศึกษา และประชาชนทั่วไป เกี่ยวกับสถานการณ์พยาธิใบไม้ตับและการตรวจหาเชื้อในปัจจุบัน โดยระบุว่า จากกรณีการตรวจค้นหาเชิงรุกในสถานศึกษา เช่น มหาวิทยาลัยมหาสารคามนั้น ทางกระทรวงสาธารณสุข โดยสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดร่วมกับกรมควบคุมโรค ได้มีการจัดทำโครงการสำรวจตรวจพยาธิใบไม้ตับในพื้นที่ 30 จังหวัดเสี่ยง โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคอีสาน ภาคเหนือตอนบน ซึ่งขณะนี้ได้เข้าสู่ฤดูกาลตรวจคัดกรองแล้ว โดยใช้วิธีการ "ตรวจอุจจาระ" ซึ่งเป็นแนวทางมาตรฐานที่องค์การอนามัยโลก (WHO) ให้การยอมรับ

สำหรับกรณีความกังวลเรื่องประสิทธิภาพของ "ชุดตรวจปัสสาวะหาพยาธิใบไม้ตับ" ที่กำลังเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในขณะนี้นั้น นพ.ยงเจือ ชี้แจงว่า กรมควบคุมโรคกำลังเริ่มดำเนินโครงการวิจัยเพื่อศึกษาเรื่องประสิทธิภาพในการตรวจวินิจฉัยของชุดตรวจปัสสาวะดังกล่าวอย่างเป็นระบบ หลังจากที่มีการนำไปใช้ในภาพกว้างตลอดช่วง 2 ปีที่ผ่านมาและทำให้เกิดคำถามอยู่บ้างว่าแม่นยำแค่ไหน ดังนั้นในเวลานี้จึงยังไม่สามารถสรุปชี้ชัดได้ว่าชุดตรวจดังกล่าวดีหรือไม่ดีอย่างไร ต้องรอผลการวิจัยที่แน่ชัดเสียก่อน
"หลักการของกระทรวงสาธารณสุขในปัจจุบัน แพทย์จะจ่ายยาเฉพาะในรายที่ตรวจอุจจาระแล้วเจอไข่พยาธิเท่านั้น เพราะเป็นไปตามกระบวนการการรักษา แต่หากประชาชนมีความเสี่ยงสูง เช่น มีพฤติกรรมชอบรับประทานปลาดิบ ปลาน้ำจืดดิบ หรือปลาร้าดิบ แม้ผลตรวจอุจจาระจะออกมาเป็นลบ (ไม่พบไข่พยาธิ) ก็ไม่ได้การันตีว่าไม่ได้ติดเชื้อ เนื่องจากไข่พยาธิไม่ได้ออกมากับอุจจาระตลอดเวลา บางครั้งจำเป็นต้องมีการตรวจซ้ำ" นพ.ยงเจือ กล่าว

นพ.ยงเจือ กล่าวต่อว่า หากประชาชนรายใดที่มีพฤติกรรมเสี่ยงสูงและมีความกังวลใจอย่างมาก แม้จะตรวจไม่เจอแต่ต้องการจะรับประทานยาดักไว้ก่อน ก็สามารถทำได้ โดยเดินทางไปปรึกษาแพทย์ตามสถานพยาบาล หรือไปพบเภสัชกรที่ร้านขายยาเพื่อซักประวัติความเสี่ยงและขอซื้อยามารับประทานเองได้ ซึ่งยาตัวนี้มีชื่อว่า "พราซิควอนเทล" (Praziquantel) กินเพียงครั้งเดียว และมีราคาไม่แพง อยู่ที่ประมาณ 30-40 บาทเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม ยาตัวดังกล่าวถือเป็นยาควบคุมที่ต้องสั่งจ่ายโดยแพทย์หรือเภสัชกรเท่านั้น หากไปที่ร้านขายยาแล้วไม่มีเภสัชกรประจำอยู่ ทางร้านจะไม่สามารถจำหน่ายให้ได้ ส่วนการไปโรงพยาบาลทั่วไป หากไม่ใช่โรงพยาบาลขนาดใหญ่ก็อาจจะไม่ได้มีการสำรองยาตัวนี้ไว้ หรือในบางกรณีทางโรงพยาบาลอาจจะต้องขอตรวจซ้ำอีกครั้งเพื่อความมั่นใจก่อนจ่ายยา ที่สำคัญที่สุดคือนอกจากการทานยาแล้ว ประชาชนจะต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกิน หันมารับประทานอาหารที่ปรุงสุกเพื่อเป็นการป้องกันที่ต้นเหตุอย่างยั่งยืน
#IsanZeroOV #อีสานซีโร่โอวี #คนอีสานรุ่นใหม่ปลอดพยาธิใบไม้ตับ #คนอีสานรุ่นใหม่ปลอดพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อนํ้าดี #สช #สสส